คำตอบโดยสรุป
ผู้เอาประกันภัยยื่นขอเปลี่ยนผู้รับประโยชน์ได้ ภายใต้สิทธิและข้อกำหนดกรมธรรม์ โดยไทยประกันชีวิตมีคำร้อง ปช.108 ระบุผู้รับประโยชน์เดิม ผู้รับประโยชน์ใหม่ และความสัมพันธ์ หากต้องการให้หลายคนรับเงิน ควรระบุรายชื่อกับสัดส่วนให้ชัดรวม 100% แล้วให้บริษัทตรวจรูปแบบที่รับได้และยืนยันผลเป็นลายลักษณ์อักษร การส่งคำร้องอย่างเดียวไม่ควรถูกถือว่าเปลี่ยนสำเร็จแล้วทุกกรณี
ตรวจใครเป็นผู้มีสิทธิขอเปลี่ยนก่อน
ตรวจชื่อผู้เอาประกันภัย รายชื่อผู้รับประโยชน์ และบันทึกสลักหลังล่าสุดของกรมธรรม์แต่ละฉบับก่อนยื่น ไม่ใช้ชื่อผู้จ่ายเบี้ยหรือญาติที่ติดต่อแทนมาสรุปว่ามีสิทธิเปลี่ยนโดยอัตโนมัติ
ข้อกำหนดตัวอย่างที่ คปภ. เผยแพร่มีข้อจำกัดเมื่อส่งมอบกรมธรรม์ให้ผู้รับประโยชน์แล้วและผู้รับประโยชน์บอกกล่าวเป็นหนังสือว่าจะถือเอาประโยชน์ตามสัญญา รวมทั้งแยกวิธีมีผลตามความสัมพันธ์ของผู้รับคนใหม่ จึงต้องให้บริษัทตรวจข้อกำหนดที่ใช้กับฉบับของคุณ โดยเฉพาะกรณีมอบสิทธิหรือมีผู้เกี่ยวข้องอื่น
เตรียมข้อมูลจากแบบคำร้องของบริษัท
- เลขกรมธรรม์และข้อมูลผู้เอาประกันภัยให้ตรงเอกสาร
- รายชื่อผู้รับประโยชน์เดิมและรายชื่อใหม่ พร้อมความสัมพันธ์
- รายชื่อทุกคนกับสัดส่วนที่ต้องการ หากมีหลายคน
- คำร้อง ปช.108 และหลักฐานประกอบที่บริษัทขอสำหรับกรณีนั้น
- ลายมือชื่อและพยานตามช่องในแบบฟอร์ม รวมถึงการตรวจลายมือชื่อให้ตรงข้อมูลเดิม
คำแนะนำท้ายแบบ ปช.108 ระบุการเปลี่ยนรายการข้อ 1–4 ให้แนบหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้าน และ/หรือบัตรประชาชน โดยการเปลี่ยนผู้รับประโยชน์อยู่ข้อ 3 ให้สอบถามบริษัทว่าเป็นหลักฐานของบุคคลใดและต้องรับรองสำเนาอย่างไร ก่อนส่งเอกสารจริงผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด
ตัวอย่างแบ่งให้หลายคนอย่างชัดเจน
ตัวอย่างสมมติเพื่อแสดงความประสงค์: คู่สมรส 50% บุตรคนที่หนึ่ง 25% และบุตรคนที่สอง 25% รวม 100% ตัวเลขนี้ไม่ใช่สัดส่วนที่กฎหมายกำหนดหรือคำแนะนำว่าทุกครอบครัวควรแบ่งแบบนี้
ระบุชื่อบุคคลให้ครบ ไม่ใช้เพียงคำว่า “ลูกทุกคน” หรือ “ครอบครัว” แทนรายชื่อโดยไม่ตรวจแบบฟอร์ม หากมีผู้เยาว์หรือบุคคลซึ่งบริษัทต้องขอข้อมูลเพิ่ม ให้สอบถามเอกสารและวิธีบันทึกโดยตรง ไม่ตั้งสมมติฐานว่าผู้ปกครองรับเงินแทนได้ทุกกรณี
ตัวอย่างการแบ่งเงินประกันชีวิตให้ผู้รับประโยชน์หลายคน
สมมติว่าคุณทำประกันชีวิตไว้ โดยมีทุนประกันกรณีเสียชีวิต 3,000,000 บาท และต้องการระบุผู้รับประโยชน์ 3 คน ได้แก่ คู่สมรสและบุตร 2 คน โดยกำหนดสัดส่วนดังนี้
| ผู้รับประโยชน์ | สัดส่วน | จำนวนเงินที่ได้รับ |
| คู่สมรส | 50% | 1,500,000 บาท |
| บุตรคนที่ 1 | 30% | 900,000 บาท |
| บุตรคนที่ 2 | 20% | 600,000 บาท |
| รวม | 100% | 3,000,000 บาท |
จากตัวอย่าง หากบริษัทประกันอนุมัติจ่ายสินไหมกรณีเสียชีวิตเต็มจำนวน 3,000,000 บาท ผู้รับประโยชน์แต่ละคนจะได้รับเงินตามสัดส่วนที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
ข้อควรรู้: ควรกำหนดสัดส่วนผู้รับประโยชน์ให้รวมกันครบ 100% และตรวจสอบชื่อ ข้อมูลประจำตัว รวมถึงเงื่อนไขการเปลี่ยนผู้รับประโยชน์ให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของบริษัทประกัน หากมีผู้รับประโยชน์เสียชีวิตก่อนผู้เอาประกันภัย ควรติดต่อบริษัทเพื่อตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูลให้เหมาะสม
ขั้นตอนยื่นและตรวจว่าบันทึกสำเร็จ
- ตรวจกรมธรรม์และบันทึกสลักหลังล่าสุดทุกรายการที่ต้องการเปลี่ยน
- ยืนยันสิทธิขอเปลี่ยนและเงื่อนไขมีผลกับบริษัท
- กรอกคำร้องพร้อมรายชื่อ ความสัมพันธ์ และสัดส่วนที่ตั้งใจ
- ส่งเอกสารตามช่องทางบริษัทและเก็บหลักฐานรับเรื่อง
- ติดตามผลการพิจารณาและขอหลักฐานการบันทึกหรือบันทึกสลักหลัง
- ตรวจชื่อ สัดส่วน เลขกรมธรรม์ และวันที่มีผลในเอกสารที่บริษัทส่งกลับ
ต้องการทบทวนรายชื่อและเตรียมคำถามก่อนยื่นคำร้อง ให้ทีม WLI ช่วยจัดรายการข้อมูลโดยไม่ส่งเลขบัตรหรือเอกสารส่วนตัวลงแชตสาธารณะ
อย่าใช้คำบอกกล่าวแทนผลการเปลี่ยนแปลง
การส่งข้อความให้ตัวแทนช่วยประสานงานเป็นขั้นตอนเริ่มต้น แต่ควรเก็บผลยืนยันจากบริษัทและวันที่มีผลตามเงื่อนไขฉบับจริง หากส่งหลายกรมธรรม์ ให้ตรวจกลับทีละเลข เพราะการแก้ฉบับหนึ่งไม่ได้หมายความว่าข้อมูลทุกฉบับเปลี่ยนตาม
เมื่อผู้รับประโยชน์เดิมเสียชีวิตหรือสถานะครอบครัวเปลี่ยน ควรทบทวนทันที ไม่ควรเดาว่าส่วนของบุคคลนั้นย้ายให้ใครโดยอัตโนมัติ เพราะต้องอ่านข้อกำหนดและข้อเท็จจริงของกรณีนั้น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ต้องให้ผู้รับประโยชน์เดิมยินยอมทุกครั้งไหม?
ไม่ควรตอบเหมือนกันทุกกรณี ต้องตรวจว่ามีการส่งมอบกรมธรรม์และบอกกล่าวถือเอาประโยชน์ หรือมีการมอบสิทธิและข้อจำกัดอื่นแล้วหรือไม่ ให้บริษัทตรวจสิทธิของฉบับจริง
มีผู้รับประโยชน์สามคนต้องแบ่งเท่ากันไหม?
ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวอย่างเท่ากัน ควรระบุความประสงค์เป็นรายชื่อและสัดส่วนชัดเจนรวม 100% แล้วให้บริษัทตรวจและบันทึกตามข้อกำหนด
ส่งคำร้องแล้วถือว่าเปลี่ยนทันทีหรือไม่?
ไม่ควรถือเช่นนั้นทุกกรณี ต้องตรวจเงื่อนไขวันที่มีผลและผลยืนยันของบริษัท รวมถึงบันทึกสลักหลังหรือหลักฐานบันทึกข้อมูล
เปลี่ยนฉบับเดียวแล้วทุกกรมธรรม์เปลี่ยนด้วยไหม?
ไม่ควรถือว่าเปลี่ยนทั้งหมด ให้ระบุเลขกรมธรรม์แต่ละฉบับและตรวจผลบันทึกกลับทีละฉบับ
ผู้รับประโยชน์เป็นบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะควรทำอย่างไร?
ให้บริษัทตรวจรายละเอียดการระบุชื่อและเอกสารที่ต้องใช้สำหรับผู้เยาว์ พร้อมสอบถามขั้นตอนการรับผลประโยชน์โดยไม่เดาว่าผู้ปกครองรับแทนได้ทุกกรณี
สรุป
การเปลี่ยนผู้รับประโยชน์ควรจบที่การตรวจข้อมูลและผลยืนยันจากบริษัท ไม่ใช่เพียงส่งรายชื่อใหม่ ระบุความสัมพันธ์ สัดส่วน และเลขกรมธรรม์ให้ครบ พร้อมเก็บหลักฐานวันที่มีผลของแต่ละฉบับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ทบทวนกรมธรรม์ประกันชีวิตปีละครั้ง ต้องเช็กอะไรบ้าง?
- วางแผนมรดก ด้วยประกันชีวิต จะเริ่มต้นอย่างไร
- เลือกประกันชีวิตอย่างไรให้ตรงเป้าหมาย? คุ้มครอง ออม เกษียณ หรือส่งต่อมรดก
มีหลายกรมธรรม์หรือมีข้อจำกัดการเปลี่ยนผู้รับประโยชน์ ปรึกษาทีม WLI เพื่อประสานตรวจขั้นตอนและเอกสารกับบริษัท
เกี่ยวกับบทความนี้
ผู้เขียน / เรียบเรียง: คุณ จักรี น้อยดอนไพร
ตัวแทนประกันชีวิตและผู้บริหารศูนย์ ไทยประกันชีวิต สาขาบางนา
ผู้ให้คำปรึกษาด้านการวางแผนความคุ้มครองชีวิต สุขภาพ การออม และการวางแผนภาษี
วันที่เผยแพร่ครั้งแรก: วันที่ 22 ตุลาคม 2569
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: วันที่ 22 ตุลาคม 2569
แหล่งข้อมูลและขอบเขตการตรวจสอบ:
- ไทยประกันชีวิต — คำร้องขอเปลี่ยนแปลงแก้ไข ปช.108: อ่านแบบฟอร์มทั้งสองหน้า โดยเฉพาะข้อ 3 ช่องลงนาม และคำแนะนำเอกสารประกอบท้ายแบบ
- คปภ. — ข้อกำหนดตัวอย่างหัวข้อการเปลี่ยนตัวผู้รับประโยชน์: ใช้ประกอบการชี้ว่ามีข้อจำกัดและเงื่อนไขมีผลต่างกัน ไม่ใช้แทนข้อกำหนดกรมธรรม์ของผู้อ่าน
หมายเหตุ: บทความใช้ประกอบการทำความเข้าใจ เงื่อนไขและผลประโยชน์ให้ยึดกรมธรรม์และเอกสารเสนอขายของบริษัทฉบับที่ใช้กับผู้สมัครจริง