คำตอบโดยสรุป

New Health Standard คือมาตรฐานสัญญาประกันสุขภาพใหม่ ที่ คปภ. ใช้กับบริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัย เริ่มมีผล 8 พฤศจิกายน 2564 สิ้นสุดช่วงผ่อนผัน 30 มิถุนายน 2565 มีการจัดผลประโยชน์ 13 หมวดให้เทียบง่ายขึ้น ไม่ได้หมายความว่าทุกแผนจ่ายครบทุกหมวดหรือมีวงเงินเท่ากัน

เริ่มใช้เมื่อไร?

  1. 8 พฤศจิกายน 2564: คำสั่งนายทะเบียน 14/2564 (ประกันชีวิต) และ 15/2564 (ประกันวินาศภัย)
  2. 30 มิถุนายน 2565: สิ้นสุดช่วงผ่อนผันเสนอขายแบบเดิมที่เข้าเงื่อนไข
  3. 1 กรกฎาคม 2565: แบบประกันสุขภาพเสนอขายใหม่ต้องใช้หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง กรมธรรม์เก่าไม่เปลี่ยนอัตโนมัติ

ความคุ้มครอง 13 หมวด

  1. ค่าห้อง ค่าอาหาร และค่าบริการโรงพยาบาล
  2. ค่าตรวจวินิจฉัย ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์
  3. ค่าแพทย์ตรวจรักษา
  4. ค่าผ่าตัดและหัตถการ
  5. Day Surgery
  6. ค่าตรวจรักษาก่อนและหลังพักรักษาผู้ป่วยใน
  7. ค่ารักษาบาดเจ็บกรณีผู้ป่วยนอกจากอุบัติเหตุ
  8. เวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังพักรักษาผู้ป่วยใน
  9. ล้างไตด้วยเครื่องไตเทียมผ่านทางเส้นเลือด
  10. รังสีรักษาและการรักษาโรคเนื้องอกหรือมะเร็ง
  11. เคมีบำบัดรักษามะเร็ง
  12. รถพยาบาลฉุกเฉิน
  13. ผ่าตัดเล็ก

ตรวจตารางผลประโยชน์เสมอ: ไม่ใช่ทุกแบบจ่ายครบทุกหมวด OPD ทั่วไปอาจเป็นสัญญาเพิ่ม

ดีกว่ามาตรฐานเดิมอย่างไร?

ใช้หัวข้อและข้อความมาตรฐานเปรียบเทียบง่ายขึ้น ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับการดูแลรักษาและการต่ออายุ แต่ไม่ได้การันตีว่าเบี้ยถูกลงหรือวงเงินสูงขึ้น

การต่ออายุ

มาตรฐานกำหนดเหตุที่บริษัทอาจไม่ต่ออายุอย่างจำกัด เช่น ไม่แถลงข้อเท็จจริงสำคัญหรือเรียกร้องค่ารักษาที่ไม่มีความจำเป็นตามเงื่อนไข สิทธิขึ้นกับสัญญา อายุสิ้นสุดและการชำระเบี้ย การต่ออายุได้ไม่เท่ากับเบี้ยคงที่

ควรเปลี่ยนกรมธรรม์เก่าหรือไม่?

หากมีประกันสุขภาพเดิมอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นแบบ New Health Standard เสมอไป เพราะกรมธรรม์เดิมอาจมีความคุ้มครองหรือเงื่อนไขบางอย่างที่เหมาะสมกับผู้เอาประกันภัยอยู่แล้ว

ก่อนตัดสินใจ ควรเปรียบเทียบวงเงินค่ารักษาพยาบาล ความคุ้มครองแต่ละหมวด เบี้ยประกัน ข้อยกเว้น ระยะเวลารอคอย และเงื่อนไขการต่ออายุ รวมถึงพิจารณาสุขภาพและประวัติการรักษาในปัจจุบันด้วย

แต่สิ่งสำคัญคือ ไม่ควรยกเลิกกรมธรรม์เดิมก่อนทราบผลการพิจารณารับประกันและตรวจสอบเงื่อนไขของกรมธรรม์ใหม่อย่างครบถ้วน เพราะอาจทำให้สูญเสียสิทธิประโยชน์เดิม หรือไม่ได้รับความคุ้มครองตามที่คาดหวัง

ทางเลือกที่เหมาะสมอาจเป็นการคงกรมธรรม์เดิมไว้ เพิ่มความคุ้มครองจากกรมธรรม์ใหม่บางส่วน หรือเลือกทำประกันสุขภาพใหม่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการ งบประมาณ และเงื่อนไขการรับประกันของแต่ละบุคคล ปรึกษาทีม WLI ทาง LINE

New Health Standard กับ Copayment

มาตรฐานสัญญาไม่ใช่เงื่อนไขร่วมจ่าย Copayment ต้องตรวจแยกตามสัญญาและวันที่มีผล

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เริ่มใช้ปีไหน?

8 พฤศจิกายน 2564

ครบ 13 หมวดทุกแผนหรือไม่?

ไม่จำเป็น ต้องตรวจตารางผลประโยชน์ของแต่ละแผน

กรมธรรม์เก่าต้องเปลี่ยนไหม?

ไม่จำเป็น ควรตรวจความคุ้มครองเดิมและเงื่อนไขใหม่ก่อนตัดสินใจ

เบี้ยคงที่ไหม?

ไม่รับประกัน ต้องตรวจเงื่อนไขการปรับเบี้ยของสัญญา

มีหมวดมะเร็งหรือไม่?

มีหมวดมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง แต่ต้องตรวจเงื่อนไขจริง

ดูอย่างไรว่าใช้มาตรฐานใหม่?

ตรวจสัญญาและสอบถามบริษัท

สรุป

มาตรฐานใหม่ช่วยให้อ่านและเทียบกรมธรรม์ง่ายขึ้น แต่คุณภาพแผนต้องดูวงเงินจริง ข้อยกเว้นและเบี้ยระยะยาว

บทความที่เกี่ยวข้อง

  1. ประกันสุขภาพคืออะไร? เข้าใจหน้าที่ก่อนเลือกวงเงินและแผนคุ้มครอง
  2. ประกันสุขภาพเหมาจ่ายกับแยกค่าใช้จ่ายต่างกันอย่างไร?
  3. Deductible กับ Copayment ต่างกันอย่างไร?

หากมีกรมธรรม์เดิม ติดต่อ WLI เพื่อช่วยอ่านและตรวจเทียบจากเอกสารจริง ปรึกษาทีม WLI ทาง LINE

เกี่ยวกับบทความนี้

ผู้เขียน: จักรี น้อยดอนไพร

ตัวแทนและผู้บริหารศูนย์ ไทยประกันชีวิต สาขาบางนา

วันที่เผยแพร่ครั้งแรก: วันที่ 28 ตุลาคม 2569

ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: วันที่ 28 ตุลาคม 2569

แหล่งอ้างอิง: https://www.oic.or.th ; คำสั่งนายทะเบียน 14/2564 และ 15/2564 ; https://www.thailife.com