คำตอบโดยสรุป

หากเริ่มเก็บเงินอายุ 30 ปี เกษียณอายุ 60 ปี และต้องการใช้เงินเดือนละ 50,000 บาท เป็นเวลา 30 ปี จะต้องมีเงินใช้รวม 18 ล้านบาท ในกรณีไม่คิดผลตอบแทนจากเงินที่เหลือระหว่างเกษียณ

ถ้าเริ่มจากเงินออมศูนย์บาท และตั้งเป้าสะสมเงิน 18 ล้านบาทภายใน 30 ปี จะต้องออมประมาณ

  1. เดือนละ 50,000 บาท หากไม่มีผลตอบแทน
  2. เดือนละ 30,889 บาท หากได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3% ต่อปี
  3. เดือนละ 21,628 บาท หากได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5% ต่อปี
  4. เดือนละ 14,754 บาท หากได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 7% ต่อปี

ตัวเลขเหล่านี้เป็นแบบจำลองที่สมมติว่าฝากเงินทุกสิ้นเดือนและได้รับผลตอบแทนทบต้นสม่ำเสมอ ไม่ใช่ผลตอบแทนที่รับประกัน และยังไม่หักค่าธรรมเนียมหรือภาษีจากการลงทุน

แนวทางหนึ่งคือแบ่งเงินออมไปยัง เงินฝาก กองทุนเพื่อเกษียณ การลงทุนระยะยาว และประกันบำนาญ เพื่อให้มีทั้งโอกาสเติบโตและรายได้ที่วางแผนได้หลังหยุดทำงาน

1. อยากมีเงินใช้เดือนละ 50,000 บาทหลังเกษียณ ต้องมีเงินเท่าไร?

เริ่มจากคำนวณค่าใช้จ่ายที่ต้องการ

รายการจำนวนเงิน
เงินใช้ต่อเดือน50,000 บาท
เงินใช้ต่อปี600,000 บาท
ระยะเวลาหลังเกษียณ30 ปี
เงินใช้รวม18,000,000 บาท

ตัวเลข 18 ล้านบาทเป็นผลรวมของเงินที่ต้องการใช้ตลอดช่วงเกษียณ โดยสมมติว่าใช้เงินเดือนละ 50,000 บาทเท่ากันทุกเดือน และไม่คิดผลตอบแทนจากเงินที่ยังไม่ได้ถอนออกมาใช้

เงินจำนวนนี้ไม่จำเป็นต้องอยู่ในบัญชีเงินฝากทั้งหมดตั้งแต่วันเกษียณ เพราะเราสามารถวางแผนให้เงินมาจากหลายแหล่ง เช่น เงินสะสม กองทุน การลงทุน หรือเงินบำนาญ

หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการสะสมเงินให้ถึง 18 ล้านบาท แต่ต้องจัดให้มีเงินเพียงพอสำหรับถอนใช้ตามเวลาที่ต้องการด้วย

2. เริ่มเก็บเงินอายุ 30 ปี ต้องออมเดือนละเท่าไร?

หากตั้งเป้ามีเงินก้อน 18 ล้านบาทเมื่ออายุ 60 ปี โดยเริ่มต้นจากศูนย์บาทและสะสมต่อเนื่อง 30 ปี

ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี (สมมติ)เงินออมต่อเดือน
0%50,000 บาท
3%30,889 บาท
5%21,628 บาท
7%14,754 บาท

จะเห็นว่าเวลาที่มีอยู่ 30 ปีและผลตอบแทนทบต้นช่วยลดจำนวนเงินที่ต้องออมในแต่ละเดือนได้

อย่างไรก็ตาม การลงทุนที่คาดหวังผลตอบแทนสูงขึ้นมักมีความเสี่ยงสูงขึ้นด้วย ผลตอบแทนจริงอาจไม่สม่ำเสมอ และอาจเกิดการขาดทุน

ข้อควรจำ: หากยังออมไม่ไหวตามตัวเลขในตาราง สามารถเริ่มจากจำนวนที่เหมาะกับรายได้ แล้วค่อยเพิ่มเงินออมเมื่อมีความพร้อม โดยทบทวนด้วยว่าแผนยังมีโอกาสไปถึงเป้าหมายหรือไม่

3. วิธีเก็บเงินเกษียณ 4 รูปแบบ ไม่จำเป็นต้องเลือกเพียงอย่างเดียว

แต่ละเครื่องมือมีจุดเด่นและข้อจำกัดต่างกัน การผสมหลายรูปแบบช่วยให้เงินเกษียณทำหน้าที่ได้หลากหลายขึ้น

วิธีสะสมเงินจุดเด่นข้อควรระวัง
เงินฝาก / ฝากประจำความเสี่ยงต่ำ มีสภาพคล่องผลตอบแทนอาจค่อนข้างต่ำ
กองทุนเพื่อเกษียณ เช่น PVD และ RMFสะสมระยะยาว มีสิทธิประโยชน์ภาษีตามเกณฑ์มูลค่าลงทุนผันผวน และมีเงื่อนไขการใช้สิทธิ
กองทุนรวม / หุ้น / ETFมีโอกาสเติบโตในระยะยาวมีความเสี่ยงขาดทุน ไม่รับประกันผลตอบแทน
ประกันบำนาญมีเงินรับตามเงื่อนไขสัญญาเมื่อถึงวัยเกษียณสภาพคล่องจำกัด และต้องพิจารณาช่วงเวลาสิ้นสุดการจ่ายบำนาญ

3.1 เงินฝาก — เงินส่วนที่ต้องพร้อมใช้

เงินฝากเหมาะกับเงินสำรองฉุกเฉินและเงินที่อาจต้องใช้ในเวลาอันใกล้

ควรมีเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นประมาณ 6–12 เดือน ตามความมั่นคงของรายได้และภาระครอบครัว ก่อนนำเงินส่วนอื่นไปลงทุนระยะยาว

3.2 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพและ RMF — สะสมเงินอย่างมีวินัย

ถ้าบริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ควรตรวจสอบอัตราเงินสะสมและเงินสมทบจากนายจ้าง เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างเงินเกษียณ

ส่วน RMF เป็นอีกทางเลือกสำหรับสะสมเงินระยะยาว โดยสามารถเลือกนโยบายการลงทุนตามความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ภายใต้ข้อกำหนดของกองทุนและหลักเกณฑ์ภาษี

3.3 กองทุนรวม หุ้น หรือ ETF — สร้างโอกาสให้เงินเติบโต

คนอายุ 30 ปี ยังมีเวลาอีก 30 ปีก่อนเกษียณ จึงอาจแบ่งเงินบางส่วนไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีโอกาสเติบโตระยะยาว

การทยอยลงทุนสม่ำเสมอ หรือ DCA ช่วยสร้างวินัยในการลงทุน แต่ไม่ได้ป้องกันการขาดทุน

เมื่อใกล้เกษียณควรพิจารณาปรับสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะกับการถอนเงินมาใช้จริง

3.4 ประกันบำนาญ — สร้างรายได้ส่วนหนึ่งตามสัญญา

ประกันบำนาญมีหน้าที่ต่างจากการลงทุนทั่วไป

แทนที่จะเน้นสะสมเงินก้อนเพียงอย่างเดียว ประกันบำนาญออกแบบมาเพื่อจ่ายเงินให้ผู้เอาประกันภัยตามช่วงอายุและเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

จึงเหมาะสำหรับสร้าง รายได้พื้นฐานหลังเกษียณ เช่น ค่ากินอยู่ หรือค่าใช้จ่ายประจำบางส่วน โดยไม่จำเป็นต้องให้ประกันบำนาญรับผิดชอบเงินเกษียณทั้งหมด

หากต้องการวางแผนเงินเกษียณจากหลายแหล่ง แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรแบ่งเงินออมและประกันบำนาญอย่างไร สามารถปรึกษา Wealth Life Insure เพื่อช่วยคำนวณเป้าหมายตามอายุ รายได้ และงบประมาณที่เหมาะสมได้ทาง LINE Wealth Life Insure

4. ประกันบำนาญไทยประกันชีวิต แบบไหนเหมาะกับเป้าหมายนี้?

หนึ่งในแบบประกันที่นำมาพิจารณาได้คือ

ไทยประกันชีวิต มันนี่ ฟิต รีไทร์ (G) (บำนาญแบบลดหย่อนได้)

จากข้อมูลผลิตภัณฑ์ มีทางเลือกการชำระเบี้ยหลายแบบ ได้แก่

แบบประกันระยะเวลาชำระเบี้ยเริ่มรับเงินบำนาญ
Money Fit Retire (G) 85/1ครั้งเดียวอายุ 60 ปี
Money Fit Retire (G) 85/55 ปีอายุ 60 ปี
Money Fit Retire (G) 85/1010 ปีอายุ 60 ปี
Money Fit Retire (G) 85/60ถึงอายุ 60 ปีอายุ 60 ปี

ทั้ง 4 แบบจ่ายเงินบำนาญถึงอายุครบ 85 ปี ตามเงื่อนไขกรมธรรม์

สำหรับคนอายุ 30 ปีที่ยังมีรายได้จากการทำงาน อาจพิจารณารุ่น 85/10 หากต้องการชำระเบี้ยให้จบภายใน 10 ปี หรือรุ่น 85/60 หากต้องการกระจายการชำระเบี้ยเป็นระยะเวลานานกว่า

จุดเด่นของ Money Fit Retire (G)

เงินบำนาญจ่ายเป็นรายปีตามอายุและจำนวนเงินเอาประกันภัย ดังนี้

ช่วงอายุเงินบำนาญต่อปี
60–69 ปี15% ของทุนประกัน
70–79 ปี25% ของทุนประกัน
80–85 ปี35% ของทุนประกัน

อัตราข้างต้นเป็นอัตราผลประโยชน์ตามสัญญา ไม่ใช่อัตราผลตอบแทนจากเบี้ยประกันที่จ่าย

ดูรายละเอียดได้จาก โบรชัวร์ Money Fit Retire (G) ของไทยประกันชีวิต

5. ตัวอย่างซื้อประกันบำนาญเพื่อให้มีเงินใช้เดือนละ 50,000 บาท

สมมติต้องการให้ประกันบำนาญรับผิดชอบเงินใช้ทั้งหมด 50,000 บาทต่อเดือนในช่วงแรกหลังเกษียณ

ต้องมีเงินรับปีละ

50,000 × 12 = 600,000 บาทต่อปี

สำหรับ Money Fit Retire (G) ที่จ่ายบำนาญ 15% ของทุนประกันในช่วงอายุ 60–69 ปี

จำนวนเงินเอาประกันภัยที่คำนวณได้คือ

600,000 ÷ 15% = 4,000,000 บาท

หากทำประกันด้วยทุนประกัน 4 ล้านบาท และบริษัทรับประกันตามทุนที่เสนอ ผลประโยชน์ตามโครงสร้างดังกล่าวจะเป็นดังนี้

อายุบำนาญต่อปีเฉลี่ยต่อเดือน
60–69 ปี600,000 บาท50,000 บาท
70–79 ปี1,000,000 บาท83,333 บาท
80–85 ปี1,400,000 บาท116,667 บาท
หลังอายุ 85 ปีสิ้นสุดเงินบำนาญตามสัญญาต้องใช้เงินจากแหล่งอื่น

สำคัญ: ตารางนี้เป็นการคำนวณผลประโยชน์ตามอัตราบำนาญเท่านั้น ยังไม่ใช่ใบเสนอขายหรือการยืนยันเบี้ยประกันสำหรับผู้สมัครอายุ 30 ปี

  1. เบี้ยประกันจริงขึ้นอยู่กับเพศ อายุ แบบประกัน ทุนประกัน และอัตราเบี้ยที่บริษัทกำหนด
  2. ต้องยืนยันกับบริษัทว่าทุนประกันและเงื่อนไขที่ต้องการสามารถสมัครได้
  3. เงินบำนาญรุ่นนี้จ่ายเป็นรายปี หากต้องการใช้รายเดือนต้องแบ่งเงินที่ได้รับไว้ใช้เอง
  4. เงินบำนาญสิ้นสุดเมื่ออายุครบ 85 ปี จึงยังไม่ครอบคลุมเป้าหมายจนถึงอายุ 90 ปี

การซื้อประกันบำนาญเพียงอย่างเดียวจึงอาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการรักษาสภาพคล่องและมีรายได้ต่อเนื่องหลังอายุ 85 ปี

6. ตัวอย่างแผนเกษียณแบบผสม สำหรับคนเริ่มต้นอายุ 30 ปี

อีกวิธีหนึ่งคือแบ่งเป้าหมายเงินใช้เดือนละ 50,000 บาทให้มาจากหลายแหล่ง แทนที่จะซื้อประกันบำนาญเพื่อรับผิดชอบทั้งหมด

ตัวอย่างเป้าหมายรายได้หลังเกษียณ:

แหล่งเงินเกษียณรายได้เฉลี่ยต่อเดือนที่ตั้งเป้า
ประกันบำนาญ20,000 บาท
เงินสะสม PVD / RMF10,000 บาท
เงินลงทุนระยะยาว15,000 บาท
เงินฝากและเงินออมอื่น5,000 บาท
รวม50,000 บาท

ตัวเลขนี้เป็น เป้าหมายในการออกแบบแผน ไม่ใช่รายได้ที่ได้รับการรับประกันจากทุกช่องทาง

ประกันบำนาญรับผิดชอบ 20,000 บาทต่อเดือน

หากต้องการเงินบำนาญเฉลี่ยเดือนละ 20,000 บาท ในช่วงอายุ 60–69 ปี หรือปีละ 240,000 บาท

ทุนประกันตามอัตราบำนาญ 15% ที่คำนวณได้คือ

240,000 ÷ 15% = 1,600,000 บาท

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น อัตราจ่ายเงินบำนาญตามสัญญาจะเพิ่มขึ้นตามช่วงอายุของแบบประกัน

ส่วนเงินอีก 30,000 บาทต่อเดือน ให้วางแผนจากเงินสะสมและการลงทุน

วิธีนี้ช่วยให้เราไม่ต้องผูกเงินเกษียณทั้งหมดไว้กับเครื่องมือเดียว แต่ต้องตรวจด้วยว่าเงินลงทุนส่วนอื่นมีเพียงพอสำหรับการถอนต่อเนื่องหรือไม่ และต้องเตรียมเงินเพิ่มเติมหลังอายุ 85 ปี

7. แล้วช่วงอายุ 86–90 ปี จะใช้เงินจากไหน?

นี่เป็นจุดที่หลายคนมองข้าม

หากวางแผนใช้ชีวิตถึงอายุ 90 ปี แต่ซื้อประกันบำนาญที่สิ้นสุดการจ่ายเงินเมื่ออายุ 85 ปี เราจำเป็นต้องมีเงินส่วนอื่นรองรับ

สมมติต้องการใช้เดือนละ 50,000 บาทต่อไปอีก 5 ปี

50,000 × 12 × 5 = 3,000,000 บาท

จึงควรจัดสรรเงินลงทุนหรือเงินออมก้อนหนึ่งไว้สำหรับช่วงอายุ 86–90 ปีโดยเฉพาะ

ตัวเลข 3 ล้านบาทนี้เป็นการคำนวณเงินใช้โดยไม่คิดผลตอบแทนระหว่างถอนเงิน หากมีผลตอบแทนจากเงินที่เหลือจริง จำนวนเงินตั้งต้นที่ต้องเตรียมอาจแตกต่างออกไป

หากต้องการมีเงินใช้หลังอายุ 90 ปีด้วย ควรวางแผนระยะเวลาสำรองเงินให้ยาวขึ้น

8. เริ่มต้นวันนี้ ควรทำอะไรบ้าง?

  1. กำหนดเป้าหมายให้ชัด ต้องการเงินใช้เดือนละ 50,000 บาทต่อเนื่องตั้งแต่อายุ 60–90 ปี
  2. สำรวจเงินเกษียณที่มีอยู่ เช่น เงินเก็บ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันเดิม และสิทธิประโยชน์หลังเกษียณ
  3. จัดเงินสำรองฉุกเฉิน เพื่อไม่ให้ต้องขายเงินลงทุนหรือเวนคืนกรมธรรม์ก่อนเวลา
  4. กำหนดเงินออมรายเดือน จากรายได้และภาระที่รับผิดชอบได้จริง
  5. แบ่งเงินออมหลายรูปแบบ ตามระยะเวลาที่ต้องใช้เงินและความเสี่ยงที่ยอมรับได้
  6. พิจารณาประกันบำนาญ เพื่อช่วยสร้างรายได้พื้นฐานตามเงื่อนไขสัญญา
  7. ทบทวนแผนอย่างน้อยปีละครั้ง และปรับตามรายได้ เงินสะสม ผลตอบแทน และเป้าหมายชีวิต

อย่าลืมเตรียมเงินสำหรับค่ารักษาพยาบาลด้วย เพราะค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่สูงกว่าคาดอาจกระทบเงินที่ตั้งใจเก็บไว้ใช้หลังเกษียณ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. อายุ 30 ปี เริ่มเก็บเงินเกษียณช้าไปหรือไม่?

ไม่ช้า เพราะยังมีเวลาอีก 30 ปีก่อนเกษียณ การเริ่มเร็วช่วยให้มีเวลาใช้ประโยชน์จากการสะสมเงินและผลตอบแทนทบต้น แต่สิ่งสำคัญคือจำนวนเงินที่เก็บได้จริงและการทำต่อเนื่อง

2. ถ้าอยากมีเงินใช้เดือนละ 50,000 บาท ต้องมีเงิน 18 ล้านบาทเสมอไปหรือไม่?

ไม่จำเป็น ตัวเลข 18 ล้านบาทเป็นการรวมค่าใช้จ่ายตลอด 30 ปีโดยไม่คิดผลตอบแทนจากเงินที่เหลือระหว่างเกษียณ

หากเงินส่วนที่ยังไม่ได้ถอนมาใช้สามารถสร้างผลตอบแทนได้ จำนวนเงินตั้งต้นที่ต้องเตรียมอาจน้อยกว่า 18 ล้านบาท แต่ต้องพิจารณาความเสี่ยงจากผลตอบแทนที่ไม่เป็นไปตามคาดด้วย

3. มีเงินออมเดือนละ 5,000 บาท จะเริ่มได้ไหม?

เริ่มได้ แต่ควรตรวจว่ามีโอกาสถึงเป้าหมายหรือไม่

หากลงทุนเดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 30 ปี และสมมติผลตอบแทนเฉลี่ย 5% ต่อปี จะมีเงินสะสมประมาณ 4.16 ล้านบาท ไม่ใช่ 18 ล้านบาท

จึงอาจต้องทยอยเพิ่มเงินออม เพิ่มแหล่งรายได้ หรือปรับเป้าหมายให้สัมพันธ์กับความสามารถในการออม

4. ประกันบำนาญดีกว่าลงทุนในกองทุนรวมหรือไม่?

ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน

ประกันบำนาญเน้นสร้างรายได้ตามสัญญา ส่วนกองทุนรวมให้โอกาสสร้างผลตอบแทนและมีความยืดหยุ่นตามประเภทกองทุน แต่ต้องรับความเสี่ยงจากการลงทุน

การใช้ทั้งสองรูปแบบร่วมกันอาจเหมาะกว่าการเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งทั้งหมด

5. ประกันบำนาญไทยประกันชีวิตเริ่มรับเงินเมื่ออายุเท่าไร?

สำหรับ Money Fit Retire (G) รุ่น 85/1, 85/5, 85/10 และ 85/60 ที่กล่าวถึง เริ่มรับเงินบำนาญตั้งแต่อายุ 60 ปี จนถึงอายุครบ 85 ปี ตามเงื่อนไขกรมธรรม์

6. ประกันบำนาญลดหย่อนภาษีได้เท่าไร?

ตามหลักเกณฑ์กรมสรรพากร เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญที่เข้าเงื่อนไขสามารถใช้สิทธิส่วนเพิ่มได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้ และไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี โดยเมื่อรวมกับเงินออมเพื่อเกษียณประเภทที่กฎหมายกำหนด ต้องอยู่ในเพดานรวม 500,000 บาท

ในบางกรณีสามารถใช้สิทธิร่วมกับหมวดเบี้ยประกันชีวิตทั่วไปได้ ทำให้วงเงินรวมสูงสุดอาจถึง 300,000 บาทต่อปี ทั้งนี้ต้องตรวจสิทธิที่ใช้ไปแล้วและเงื่อนไขภาษีในปีนั้นด้วย

ดูรายละเอียดที่ กรมสรรพากร

สรุป

การมีเงินใช้หลังเกษียณเดือนละ 50,000 บาท ไม่ใช่เรื่องของการหาเงินก้อนใหญ่ในวันสุดท้ายก่อนหยุดทำงาน แต่เป็นเรื่องของการเริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้

คนอายุ 30 ปี มีเวลาเตรียมเงินถึง 30 ปี แต่เวลาจะเกิดประโยชน์ก็ต่อเมื่อเริ่มลงมือทำและออมอย่างต่อเนื่อง

ไม่จำเป็นต้องเก็บเงินทุกบาทไว้ในเงินฝาก ไม่จำเป็นต้องลงทุนเสี่ยงทั้งหมด และไม่จำเป็นต้องใช้เงินทั้งหมดซื้อประกันบำนาญ

สิ่งสำคัญคือจัดให้แต่ละเครื่องมือทำหน้าที่ของตัวเอง

  1. เงินฝาก ช่วยดูแลสภาพคล่อง
  2. กองทุนและการลงทุน ช่วยสร้างโอกาสให้เงินเติบโต
  3. ประกันบำนาญ ช่วยสร้างรายได้ตามสัญญาเมื่อถึงวัยเกษียณ
  4. เงินสำรองระยะยาว ช่วยดูแลช่วงปลายชีวิตและค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด

เพราะเป้าหมายของการเกษียณ ไม่ใช่แค่มีเงินจำนวนมาก แต่คือ มีเงินเพียงพอให้ใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ โดยไม่ต้องกังวลว่าเงินจะหมดก่อนเวลา

บทความที่เกี่ยวข้อง

  1. วางแผนเกษียณ เริ่มจากอะไร? 5 ตัวเลขที่ควรรู้ก่อนเริ่มออม
  2. ต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงจะเกษียณได้? วิธีประมาณเงินเกษียณแบบเข้าใจง่าย
  3. เงินหลังเกษียณควรมาจากไหน? ทำไมไม่ควรฝากอนาคตไว้กับรายได้แหล่งเดียว
  4. ประกันบำนาญคืออะไร? ทำงานอย่างไร และเหมาะกับใคร

อยากรู้ว่าถ้าเริ่มทำประกันบำนาญตั้งแต่อายุ 30 ปี ต้องจ่ายเบี้ยปีละเท่าไร?

Wealth Life Insure ช่วยคำนวณเงินบำนาญและเปรียบเทียบระยะเวลาชำระเบี้ยของไทยประกันชีวิตได้ตามข้อมูลของผู้สมัครจริง พร้อมช่วยวางแผนเงินเกษียณร่วมกับเงินออมและการลงทุน โดยพิจารณาจากงบประมาณและเป้าหมายของแต่ละคน

ปรึกษาการวางแผนเกษียณผ่าน LINE

เกี่ยวกับบทความนี้

ผู้เขียน: จักรี น้อยดอนไพร

ตัวแทนประกันชีวิตและผู้บริหารศูนย์ ไทยประกันชีวิต สาขาบางนา

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่ออธิบายหลักการวางแผนเงินเกษียณ การสะสมเงินระยะยาว และการประยุกต์ใช้ประกันชีวิตแบบบำนาญร่วมกับเครื่องมือทางการเงินอื่น โดยกำหนดเงินใช้หลังเกษียณเดือนละ 50,000 บาทคงที่ ไม่คำนึงถึงผลกระทบจากเงินเฟ้อ และใช้ตัวอย่างการคำนวณเพื่อการศึกษา ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทนหรือใบเสนอขายประกันภัย

วันที่เผยแพร่ครั้งแรก: วันที่ 30 ตุลาคม 2569

ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: วันที่ 30 ตุลาคม 2569

แหล่งข้อมูลหลัก

  1. ไทยประกันชีวิต
  2. โบรชัวร์ Money Fit Retire (G)
  3. กรมสรรพากร