คำตอบโดยสรุป

วิธีประมาณเงินก้อนโรคร้ายแรงแบบง่ายคือ รวม “ค่าใช้จ่ายครอบครัวช่วงหยุดงาน + รายได้ที่คาดว่าจะหาย + ค่าใช้จ่ายนอกแผนสุขภาพ + เงินสำรองสำหรับพักฟื้น” แล้วหักด้วยเงินฉุกเฉินและสวัสดิการที่มีอยู่


1) รายได้ที่อาจหายไป

เริ่มจากถามว่า หากหยุดงาน 6 เดือนหรือ 12 เดือน รายได้ลดลงเท่าไหร่

คนเงินเดือนอาจยังมีสวัสดิการบางส่วน ขณะที่อาชีพอิสระหรือเจ้าของกิจการอาจได้รับผลกระทบมากกว่า


2) ค่าใช้จ่ายครอบครัว

บ้าน รถ ค่าเรียนลูก ค่าอาหาร และหนี้ยังต้องจ่าย แม้ค่ารักษาจะได้รับการดูแล


3) ค่าใช้จ่ายที่อยู่นอกกรมธรรม์สุขภาพ

อาจมีค่าเดินทาง ที่พัก ผู้ดูแล อุปกรณ์ หรือค่าใช้จ่ายเพื่อการฟื้นตัว ซึ่งต้องดูว่ากรมธรรม์สุขภาพครอบคลุมหรือไม่


4) เงินสำรองช่วงกลับไปทำงาน

หลังการรักษาอาจยังไม่สามารถกลับไปทำงานเต็มกำลังทันที การมีเงินก้อนช่วยให้ไม่ต้องเร่งกลับไปทำงานเพราะแรงกดดันทางการเงิน


สูตรประมาณแบบง่าย

เงินก้อนที่ต้องเตรียม

= ค่าใช้จ่ายครอบครัว X จำนวนเดือนที่ต้องการสำรอง

+ รายได้ที่คาดว่าจะหาย

+ ค่าใช้จ่ายพิเศษ

- เงินสำรองที่มี

- สวัสดิการหรือผลประโยชน์อื่นที่แน่นอน


ตัวอย่าง

ค่าใช้จ่ายครอบครัวเดือนละ 40,000 บาท ต้องการสำรอง 12 เดือน = 480,000 บาท

ปรึกษาทีม WLI ทาง LINE

คาดว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 120,000 บาท

มีเงินสำรองสำหรับเหตุนี้ 200,000 บาท

ช่องว่างประมาณ = 400,000 บาท

ตัวอย่างนี้เป็นเพียงวิธีคิด ไม่ใช่วงเงินแนะนำสำหรับทุกคน


ประกันโรคร้ายแรงเข้ามาช่วยอย่างไร

หากกรมธรรม์จ่ายเงินก้อนเมื่อเข้าเงื่อนไข เงินก้อนนี้สามารถช่วยเติมช่องว่างดังกล่าว แต่ต้องอ่านนิยามโรค ระยะรอคอย ระยะรอดชีวิตถ้ามี ข้อยกเว้น และเงื่อนไขการจ่าย


มีเงินฉุกเฉินแล้วต้องมีอีกไหม

เงินฉุกเฉินเป็นด่านแรก แต่หากเหตุโรคร้ายแรงกินเวลานานกว่าที่เงินสำรองรองรับ อาจต้องมีแหล่งเงินเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นประกัน เงินลงทุน หรือสินทรัพย์อื่น


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ควรทำทุนโรคร้ายแรงกี่เท่าของรายได้

สูตรหลายเท่าใช้เป็นจุดเริ่มต้นได้ แต่ควรคำนวณจากรายได้ที่หาย ค่าใช้จ่าย และเงินสำรองจริง

มีสุขภาพ 10 ล้านบาทแล้ว ยังต้องมีเงินก้อนไหม

วงเงินสุขภาพดูแลค่ารักษาตามเงื่อนไข แต่รายได้ที่หายและค่าใช้จ่ายนอกโรงพยาบาลอาจยังเป็นช่องว่าง

เงินก้อนควรครอบคลุมกี่เดือน

ขึ้นกับลักษณะงาน เงินสำรอง ภาระ และระยะเวลาที่คาดว่าจะกลับมามีรายได้ได้


สรุป

การวางแผนโรคร้ายแรงไม่ควรถามแค่ว่า “ค่ารักษาเท่าไหร่” แต่ควรถามว่า “ถ้าผมหยุดหารายได้หลายเดือน ครอบครัวจะเดินต่อได้อย่างไร” แล้วค่อยกำหนดเงินก้อนให้สอดคล้องกับช่องว่างจริง


บทความที่เกี่ยวข้อง

  1. ประกันสุขภาพกับประกันโรคร้ายแรงต่างกันอย่างไร?
  2. มีประกันกลุ่มแล้ว ยังต้องมีประกันสุขภาพส่วนตัวไหม?
  3. ประกันชดเชยรายได้คืออะไร?


ลองทำ Stress Test การเงินของตัวเองด้วยสมมติฐานหยุดงาน 6 และ 12 เดือน แล้วดูว่าเงินสำรองและความคุ้มครองที่มีจะอยู่ได้นานแค่ไหน


ปรึกษาทีม WLI ทาง LINE

เกี่ยวกับบทความนี้

ผู้เขียน/เรียบเรียง/ตรวจสอบ: คุณจักรี น้อยดอนไพร

ตัวแทนประกันชีวิตและผู้บริหารศูนย์ ไทยประกันชีวิต สาขาบางนา

บทบาท: ที่ปรึกษาแผนชีวิต สุขภาพ ออม และภาษี

วันที่เผยแพร่ครั้งแรก: 28 กันยายน 2569

ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: วันที่ 11 ตุลาคม 2569

แหล่งข้อมูล: สำนักงาน คปภ. และเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันโรคร้ายแรง

หมายเหตุ: เนื้อหาให้ข้อมูลทั่วไป ควรตรวจรายละเอียดกรมธรรม์ กฎหมาย หรือหลักเกณฑ์ล่าสุดก่อนตัดสินใจ