คำตอบโดยสรุป

ถ้ามีเฉพาะเงินเดือน ไม่มีโบนัส และใช้เพียงค่าใช้จ่ายเงินเดือนสูงสุด 100,000 บาทกับค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท เงินเดือน 30,000 บาทต่อเดือนมีภาษีประมาณ 2,500 บาทต่อปี ส่วนเงินเดือน 200,000 บาทต่อเดือนมีภาษีประมาณ 437,000 บาทต่อปี แต่ยอดจริงต้องคำนวณจากข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมด


1. สมมติฐานของตาราง

  1. รายได้มีเฉพาะเงินเดือน 12 เดือน
  2. ไม่มีโบนัส ค่าคอมมิชชั่น หรือรายได้อื่น
  3. หักค่าใช้จ่ายเงินเดือน 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
  4. ใช้ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
  5. ยังไม่รวมประกันสังคม คู่สมรส บุตร บิดามารดา ดอกเบี้ยบ้าน ประกัน เงินลงทุน และเงินบริจาค
  6. ตัวเลขภาษียังไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย

2. ตารางประมาณการ

เงินเดือน/เดือนรายได้ทั้งปีเงินได้สุทธิตามสมมติฐานภาษีประมาณการ/ปี
30,000360,000200,0002,500
50,000600,000440,00021,500
80,000960,000800,00075,000
100,0001,200,0001,040,000125,000
150,0001,800,0001,640,000275,000
200,0002,400,0002,240,000437,000

ตารางนี้ใช้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่ใบประเมินภาษี ผู้มีเงินเดือนเท่ากันอาจมียอดภาษีต่างกันมากจากโบนัสและสิทธิครอบครัว

3. ทำไมเงินเดือนเพิ่ม แต่ภาษีไม่เพิ่มเป็นเส้นตรง

เพราะเป็นระบบขั้นบันได รายได้ส่วนแรกได้รับยกเว้น และส่วนถัดไปถูกเก็บ 5%, 10%, 15% ต่อเนื่องกัน เมื่อเงินได้สุทธิเข้าสู่ขั้นใหม่ เฉพาะส่วนที่เกินจุดเริ่มของขั้นนั้นเท่านั้นที่ใช้อัตราใหม่

ปรึกษาทีม WLI ทาง LINE

4. ปัจจัยที่ทำให้ยอดจริงต่างจากตาราง

โบนัสและรายได้เสริม

โบนัสเพิ่มเงินได้พึงประเมิน และอาจทำให้เงินได้สุทธิส่วนบนขยับไปสู่อัตราที่สูงขึ้น

สิทธิครอบครัว

คู่สมรส บุตร บิดามารดา หรือผู้พิการที่เข้าเงื่อนไขอาจเพิ่มค่าลดหย่อน

ภาระระยะยาว

ดอกเบี้ยกู้ซื้อที่อยู่อาศัย เบี้ยประกันที่เข้าเงื่อนไข และเงินออมเพื่อเกษียณอาจใช้สิทธิได้ตามจริงและตามเพดาน

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ยอดที่นายจ้างหักไว้เป็นเครดิตภาษี ไม่ได้ทำให้ฐานภาษีลดลง แต่ช่วยลดจำนวนที่ต้องจ่ายเพิ่มตอนยื่นแบบ

5. วิธีใช้ตารางอย่างถูกต้อง

ใช้ตารางเป็นจุดตั้งต้น แล้วเพิ่มโบนัสและรายได้อื่น จากนั้นหักสิทธิที่มีอยู่จริง เมื่อเห็นยอดภาษีก่อนวางแผน จึงค่อยประเมินว่าใช้เงินเพื่อความคุ้มครอง การเกษียณ หรือการลงทุนเพิ่มแล้วเหมาะกับกระแสเงินสดหรือไม่


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เงินเดือน 30,000 บาทต้องยื่นภาษีหรือไม่?

หน้าที่ยื่นแบบและการมีภาษีต้องจ่ายเป็นคนละเรื่อง แม้ภาษีสุดท้ายต่ำหรือเป็นศูนย์ ผู้มีเงินได้อาจยังมีหน้าที่ยื่นแบบตามประเภทและจำนวนเงินได้

เงินเดือน 50,000 บาทลดภาษีด้วยประกันเท่าไหร่ดี?

ควรคำนวณภาษีและสำรวจความคุ้มครองที่ขาดก่อน ไม่ควรกำหนดเบี้ยจากวงเงินลดหย่อนสูงสุดเพียงอย่างเดียว

โบนัสถูกคิดภาษีต่างจากเงินเดือนหรือไม่?

โบนัสเป็นเงินได้จากการจ้างแรงงานและต้องนำไปรวมคำนวณทั้งปี การหักภาษี ณ ที่จ่ายในเดือนรับโบนัสอาจไม่เท่ากับภาษีสุดท้าย

ทำไมเพื่อนเงินเดือนเท่ากันแต่เสียภาษีไม่เท่ากัน?

เพราะโบนัส รายได้อื่น สถานะครอบครัว สิทธิประกัน ดอกเบี้ยบ้าน เงินออม และภาษีที่ถูกหักไว้ต่างกัน


สรุป

ตารางเงินเดือนช่วยประมาณการเบื้องต้น แต่คำตอบที่ใช้ตัดสินใจต้องมาจากรายได้และสิทธิจริงของแต่ละคน ขั้นตอนสำคัญที่สุดคือคำนวณภาษีก่อน แล้วจึงวางแผน ไม่ใช่ซื้อสิทธิลดหย่อนจากตัวเลขเงินเดือนอย่างเดียว


บทความที่เกี่ยวข้อง / Internal Links

  1. คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างไร?
  2. วางแผนลดหย่อนภาษีอย่างไร ไม่ให้เสียเงินมากกว่าภาษีที่ประหยัดได้
  3. เบี้ยประกันชีวิตลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่? เงื่อนไขที่ต้องรู้ก่อนซื้อ

หากต้องการประมาณการให้ใกล้เคียงความจริง ควรเตรียมเงินเดือน โบนัส รายได้เสริม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และค่าลดหย่อนที่มีอยู่ให้ครบ ก่อนให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบตัวเลขและทางเลือกที่เหมาะสม

ปรึกษาทีม WLI ทาง LINE

เกี่ยวกับบทความนี้

เขียน เรียบเรียง และตรวจสอบข้อมูลโดย

คุณจักรี น้อยดอนไพร

ตัวแทนประกันชีวิตและผู้บริหารศูนย์ ไทยประกันชีวิต สาขาบางนา

ผู้ให้คำปรึกษาด้านการวางแผนความคุ้มครองชีวิต สุขภาพ การออม และการวางแผนภาษี

เผยแพร่ครั้งแรก: 21 กันยายน 2569

ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: วันที่ 11 ตุลาคม 2569

แหล่งข้อมูล: กรมสรรพากร — https://www.rd.go.th/

หมายเหตุ: ตัวเลขเป็นตัวอย่างตามสมมติฐาน ไม่ใช่คำปรึกษาภาษีเฉพาะบุคคล กฎหมายและมาตรการภาษีอาจเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบข้อมูลปีภาษีล่าสุดก่อนใช้สิทธิ